สรุปสั้น: ต้อกระจกเกิดจาก โปรตีนในเลนส์ตาเสื่อมสภาพและจับตัวเป็นก้อน ทำให้เลนส์ขุ่นและแสงผ่านไม่ได้ สาเหตุหลักคืออายุที่มากขึ้น (พบมากสุด 80%) รองลงมาคือเบาหวาน การใช้ยาสเตียรอยด์ แสง UV การสูบบุหรี่ อุบัติเหตุที่ตา และพันธุกรรม — แต่บางปัจจัยป้องกันหรือชะลอได้
ต้อกระจกเกิดจากกลไกอะไรในลูกตา?
ภายในดวงตาของเรา มีเลนส์โปร่งใสอยู่หลังม่านตา ทำหน้าที่โฟกัสแสงเข้าจอประสาทตา เลนส์นี้ประกอบด้วย น้ำและโปรตีนเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ จึงใสเหมือนกระจก
เมื่ออายุมากขึ้นหรือเจอปัจจัยเสี่ยง โปรตีนเหล่านี้จะ เกิดปฏิกิริยา Oxidation เสื่อมสภาพ จับตัวเป็นก้อน และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล เลนส์จึงค่อยๆ ขุ่นลง แสงผ่านได้น้อยลง การมองเห็นจึงมัวลงเรื่อยๆ
การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่สามารถย้อนกลับได้ ด้วยยาหรือวิตามิน — ทางรักษาเดียวคือการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์
7 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดต้อกระจก
1. อายุที่เพิ่มขึ้น (Age-Related Cataract) — สาเหตุอันดับ 1
พบได้มากกว่า 80% ของผู้ป่วยต้อกระจก เริ่มเกิดตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป และพบชัดเจนในคนอายุ 60+
สาเหตุ: โปรตีนในเลนส์สะสมการเสื่อมสภาพมานาน + ร่างกายผลิตสารต้านอนุมูลอิสระน้อยลง ทำให้เลนส์เสียหายง่ายขึ้น
ต้อกระจกตามอายุ แบ่งเป็น 3 ชนิดย่อย:
- Nuclear sclerosis — ขุ่นที่แกนกลางเลนส์ (พบบ่อยสุด)
- Cortical cataract — ขุ่นเป็นเส้นรอบขอบเลนส์
- Posterior subcapsular — ขุ่นที่ด้านหลังเลนส์ มักเกิดในผู้ป่วยเบาหวานหรือใช้สเตียรอยด์
2. เบาหวาน (Diabetic Cataract)
ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นต้อกระจก เร็วกว่าคนทั่วไป 2-5 เท่า โดยเฉพาะถ้าคุมน้ำตาลไม่ดี
กลไก: น้ำตาลในเลือดสูง → ซึมเข้าเลนส์ตา → เปลี่ยนเป็น Sorbitol → ดูดน้ำเข้าเลนส์ → โปรตีนเสียหายเร็ว → เลนส์ขุ่นเร็ว
คนเป็นเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ดี จะชะลอการเกิดต้อกระจกได้มาก
3. การใช้ยาสเตียรอยด์ (Steroid-Induced Cataract)
ทั้งรูปแบบ กิน หยอดตา สูด หรือฉีด ถ้าใช้นานเกิน 3-6 เดือน มีโอกาสเกิดต้อกระจกชนิด Posterior Subcapsular ได้
พบบ่อยใน:
- ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ, SLE, หอบหืดที่ใช้สเตียรอยด์ประจำ
- ผู้ที่หยอดยาแก้แพ้ตาเอง (ไม่รู้ว่ามีสเตียรอยด์)
- ผู้ที่ใช้ยาสูดพ่นสเตียรอยด์รักษาภูมิแพ้
คำแนะนำ: ถ้าต้องใช้สเตียรอยด์ระยะยาว ควรตรวจตากับจักษุแพทย์ทุก 6-12 เดือน
4. แสงแดด/รังสี UV (UV-Induced Cataract)
รังสี UV-B โดยเฉพาะ เร่งการ Oxidation ของโปรตีนในเลนส์ ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร ช่างก่อสร้าง คนขับรถบรรทุก
วิธีป้องกัน: ใส่แว่นกันแดดที่ กรอง UV 100% ทุกครั้งที่ออกแดด (ไม่ใช่แค่แว่นสีดำเท่านั้น — ต้องระบุว่า UV400)
5. การสูบบุหรี่ (Smoking)
คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นต้อกระจก มากกว่าคนไม่สูบ 2-3 เท่า เพราะสารพิษในบุหรี่:
- เพิ่มอนุมูลอิสระในลูกตา
- ลดระดับวิตามินต้านอนุมูลอิสระในเลือด
- ทำให้หลอดเลือดเลี้ยงตาเสียหาย
ข่าวดี: การเลิกบุหรี่ช่วยลดความเสี่ยงได้ แม้จะเลิกหลังสูบมานาน
6. อุบัติเหตุที่ตา (Traumatic Cataract)
การกระแทกตาแรงๆ เช่น อุบัติเหตุจราจร ของกระเด็นเข้าตา หรือการบาดเจ็บจากกีฬา อาจทำให้เลนส์เสียหายและเกิดต้อกระจกได้ ทันที หรือ หลายปีต่อมา
ต้อกระจกชนิดนี้พบได้ทุกช่วงอายุ แม้แต่คนหนุ่มสาว
7. พันธุกรรม + ต้อกระจกแต่กำเนิด (Congenital Cataract)
ทารกแรกเกิดบางคนเกิดมาพร้อมต้อกระจก เนื่องจาก:
- พันธุกรรม (มีคนในครอบครัวเป็น)
- แม่ติดเชื้อ Rubella ระหว่างตั้งครรภ์
- ความผิดปกติของโครโมโซม
ในผู้ใหญ่ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นต้อกระจกตั้งแต่อายุน้อย (ก่อน 50) — คุณอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ควรรู้
นอกจาก 7 สาเหตุหลัก ยังมีปัจจัยย่อยที่เพิ่มความเสี่ยง:
- ความดันโลหิตสูง — เพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อย
- โรคอ้วน — สัมพันธ์กับต้อกระจกผ่านทางเบาหวาน
- ดื่มแอลกอฮอล์หนัก — ลดสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
- ได้รับรังสี X-Ray หรือรังสีรักษา ที่บริเวณใบหน้า/ศีรษะ
- โรคตาอื่น เช่น ม่านตาอักเสบเรื้อรัง (Uveitis)
- การผ่าตัดตาอื่นๆ ก่อนหน้า เช่น ผ่าตัดวุ้นตาเสื่อม
ใครควรระวังเป็นพิเศษ?
| กลุ่มเสี่ยง | ความเสี่ยง | แนะนำตรวจตา |
|---|---|---|
| อายุ 60+ | สูง | ปีละ 1 ครั้ง |
| เบาหวาน (ทุกอายุ) | สูงมาก | ปีละ 1-2 ครั้ง |
| ใช้สเตียรอยด์ประจำ | สูง | 6-12 เดือน |
| ทำงานกลางแจ้งตลอดวัน | ปานกลาง-สูง | ปีละ 1 ครั้ง |
| สูบบุหรี่ | ปานกลาง-สูง | ปีละ 1 ครั้ง |
| มีประวัติครอบครัว | ปานกลาง | เริ่มตรวจอายุ 40 |
| เคยประสบอุบัติเหตุที่ตา | ขึ้นกับความรุนแรง | ตามแพทย์แนะนำ |
ต้อกระจกป้องกันได้ไหม?
ต้อกระจกจากอายุป้องกันไม่ได้ 100% แต่สามารถ ชะลอการเกิดได้หลายปี ด้วยพฤติกรรมที่ดี:
สิ่งที่ควรทำ:
- ใส่แว่นกันแดด UV400 ทุกครั้งที่ออกแดด
- ควบคุมเบาหวานและความดันให้อยู่ในเกณฑ์
- เลิกบุหรี่
- กินผักใบเขียว ผลไม้หลากสี (วิตามิน C, E, Lutein)
- ตรวจตาประจำปี
สิ่งที่ควรเลี่ยง:
- ใช้สเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น (ปรึกษาหมอทุกครั้ง)
- ดื่มแอลกอฮอล์หนัก
- มองพระอาทิตย์โดยตรง
- ละเลยการตรวจตาเมื่อมี อาการเริ่มต้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช้โทรศัพท์/คอมนานๆ ทำให้เป็นต้อกระจกไหม?
ไม่โดยตรง — แสงสีฟ้าจากหน้าจอยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าก่อให้เกิดต้อกระจก แต่อาจทำให้ตาล้า ตาแห้ง ได้
กินยาบำรุงตาช่วยป้องกันต้อกระจกได้ไหม?
วิตามินต้านอนุมูลอิสระ (C, E, Lutein, Zeaxanthin) อาจช่วยชะลอได้บางส่วน แต่ไม่ได้ป้องกัน 100% ควรได้รับจากอาหารเป็นหลัก
คนหนุ่มสาวเป็นต้อกระจกได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ใช้สเตียรอยด์นาน เคยอุบัติเหตุ หรือมีพันธุกรรม
ต้อกระจกติดต่อได้ไหม?
ไม่ติดต่อ เป็นโรคจากการเสื่อมของเลนส์ตัวเอง ไม่ใช่โรคติดเชื้อ
เป็นต้อกระจกข้างเดียวได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะกรณีอุบัติเหตุหรือพันธุกรรม แต่ส่วนใหญ่ที่เกิดจากอายุ มักเป็นทั้งสองข้าง แต่ระยะไม่เท่ากัน
สงสัยว่าตัวเองเสี่ยงเป็นต้อกระจกไหม?
ปรึกษา พญ.อรัชพร ทับทิมทอง (หมอหญิง) จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดต้อกระจก ได้ที่คลินิก Clear Vision by Dr. Ying
- 📍 ที่อยู่: ชั้น 4 ตึก Century, BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
- 📞 โทร: 097-925-7880
- 💬 LINE: @clear.vision
- 🕐 เปิดทุกวัน 08:00–19:00 น.
อ่านเพิ่ม:
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจและคำแนะนำเฉพาะบุคคล
